วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2558

มีสติไว้หากคิดจะไปเขมร

สวัสดี#สัวสะได 
        อิอิ ไม่มีอะไรหรอกพอดีเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปเขมรมา เป็นทริปสั้นๆไม่ได้ไปนาน แต่เป็นการไปเขมรครั้งแรก ก็ปกติเตรียมตัว อ่านรีวิว everything จิงกะเบล กะว่าแน่นแน่เรื่องการเดินทางเป๊ะ แต่กูจะบอกเลยว่าถ้าเมิงไม่เจริญอานาปานสติมาเป็นเวลานานสติเมิงไม่แข็งพอ กระเจิดกระเจิงงานนี้ 
เริ่มจากการเดินทางก่อน 
จะพูดถึงเรื่องของการเดินทางในแบบของเรา ท่านใดเคยไปแล้วก็ข้ามไป (อย่าฝืนทนกับคนไม่มีใจ)เกี่ยวไหมนี่เมิง55
         เราเดินทางโดยรถยนต์(ใช้คำว่าเราว่ะ)สุภาพหน่อยแล้วกันเนอะ (เดี่ยวดูว่าทนได้กี่น้ำ) ออกจากสมุทรปราการประมาณตีสามถึงโรงเกลือ 08.00 น ช่ายเมิงฟังไม่ผิดหรอก (คือกูหลง!) นั้นไงสรรพนามตัวตนมาแระ   พอถึงชายแดนก็เดินตามทางไปยังฝั่งประตูขาออก มองป้ายพาสสปอร์ตไทยไว้ก็เดินไปทางนั้น ขาเข้าไม่ค่อยมีไรง่ายๆ หรือเค้าคิดว่ากูเข้าบ่อนว่ะเลยไม่ตรวจอะไรมาก พอผ่านชายแดนไทยไป อันดับแรกก็ไปซื้อซิมเขมรใส่ก่อนเลย เค้าถามว่าอยู่กี่วันบอกอยู่สามวัน เค้าก็เลือกโปรอันนี้มา แล้วบอกว่าอันนี้อยู่ได้เป็นเดือนและเติมเงินมา 165 บาท เค้าบอกโทรกลับไทยนาทีละ 3 บาท โอเคๆตามนั้น 
     พอถึง ตม เขมร ตอนแรกเดินผ่านไปมีคนยื่นเอกสารให้เขียน คำแรกทักเลย หนีห่าว แบบว่าเพื่อนอีกคนคล้ายคนจีน พอพูดว่าไม่ใช่ เค้าก็พูดไทยใส่ทันที คนแถวนั้นพูดไทยได้ ฟังรู้เรื่อง พอสแตมพาสสปอร์ตออกมาก็มีคนถามเลย ปายนายปายเท็กซี่หม่าย อืมคิดแพบ อ่านรีวิวมาแล้วจริงไปเท็กซี่ก็ได้     ราคาพอๆกัน แต่เค้าอาจรอให้เราไปร่วมกับคนอื่นๆ แต่ก็อ่านมาแล้วนิเอาวะ ไปก็ไป ราคาไทยประมาณ 1200 บาทไทย ตกคนละ 600 บาท หลังจากนั้นตกลงก็เดินตามเค้าไป ไปได้ครึ่งทางมีคนมาดักบอกว่าเท็กซี่อยู่ทางโน้น เอาแล้วไง แล้วแม่งทางไหน มองไปที่คนแรก มันก็ยืนขวักมืออยู่ เอ้าๆไปตามคนแรก เดินๆๆๆๆ พอมาได้สักพัก มีคนมาตัดหน้าอีกถามไปไหน บอกไปเสียมเรียบ เค้าบอกขึ้นเลย ออกเลยฟรีๆ เฮ้ยจิงดิฟรี รถบัสนี่นะ 2 คนก็ออกหรา เค้าบอกออกๆออกเดี่ยวนี้เลย ฟรีๆ ไอ้เราก็ไม่ได้จับใจความอะไรมากนอกจากคำว่าฟรีๆ เลยขึ้นเลย คนที่ขวักมือให้เราไปขึ้นเท็กซี่คนแรก ยืนตาระห้อยเลยอะ เราก็ไม่รู้ทำไง ได้แต่พูดว่า sorry sorry รถบัสคันนี้สรุปก็ออกเลย นั่งจาก ตม เขมร มาสถานีขนส่งเพื่อต่อไปเสียบเรียมประมาณเกือบ ชม ครึ่ง (ขับช้ามาก) 
       พอมาถึงสถานนีขนส่ง ก็มีคนมาถามว่าไปรถvanไหม (รถตู้) โอเค เค้าบอกคนละ 10 ดอล รอ 10 นาที รอฝรั่งอีกกลุ่มแลกเงิน หลังจากนั้น ก็ขึ้นรถรวมกับฝรั่งเต็มรถตู้ รถตู้กว่าจะถึงเสียมเรียบ 2 ชม กว่าๆ ระหว่างทางรถตู้แวะพักที่ร้านขายของชำร้านหนึ่ง คงมีเอี่ยวเรื่องค่าคอมหรืออะไรบางอย่างเพราะขา กลับเค้าก็แวะกันแต่ร้านนี้ 
       พอไปถึงเสียบเรียบรถตู้เปิดเท่านั้นแระ เมิงไม่ต้องคิด ถ้าสติไม่แข็งพอ จะมีคนเข้ามาชาร์ทเป็นกลุ่มๆ กลุ่มฝรั่งที่มามีคนเข้าไปคุย 1 คน เรากับเพื่อนเข้ามาชาร์ทอีกหนึ่ง ถามโน้นนั้นนี่โรงแรมอยุ่ไหน เค้ารู้จักไปส่ง มีตุ๊กๆพาเที่ยวนะ ตกลงราคากันไปมา คือ วันแรกรถตู้ไปส่งเราที่ รร พอบ่ายจะมีตุ๊กๆมารับเที่ยวรอบเมือง ระหว่างนั้นในรถคนขับก็พยายามจะขายแพคเกจท่องเรือ ไปวัด มากมายหลายสิ่ง แต่ไม่เอาเลยไม่ไปไหนเลยเพราะทริปนี้ไม่ได้มาเที่ยว สรุปคนขับจะขายแพคอะไรเราสองคนไม่ได้เลย หันหน้ามองกันแล้วบอกว่าเห้อๆๆ!!!เมิงไม่ได้แอมกูก็หรอก! พอไปสักระยะคนขับเริ่มถามว่าจะกลับวันไหน เราก็บอกว่าจะกลับวันที่8 เค้าถามว่าเวลาไหน เราก็บอกยังไม่รู้ เค้าบอกจะกลับไหม ราคาเดิมนะ 10 ดอลต่อคน เดี่ยวเค้าไปรับ ถ้ายังไม่รู้เวลาไหน ก็ open time ไว้ก่อน รายละเอียดพวกนี้คนขับเขียนเป็นลายลักอักษรเลยนะ (มีภาพประกอบ) สรุปวันแรก 20 ดอล วันที่ 2 20 ดอล รวมเป็น 40 ดอล จ่ายไปก่อน 17 ดอลเพราะเงินไม่พอ คนขับเลยพาไปแลกเงิน แลกแล้วเศษก็ยังไม่พอ ครั้งที่ 2 เลยให้ไปอีก 30 ดอล คนขับรับปุบ นิ่งปับ หันหน้าบอกเพื่อนมันยังไม่คืนอีก 7 ดอลนะ เพื่อนบอกเออเดี่ยวค่อยทวง พอถึงหน้า รร เค้าเอาตัวรถที่เขียนเงื่อนไขทุกอย่าง แล้วก็สรุปว่า 35 ดอล เพื่อนเราก็เอ้าไหน 40 ดอล ถ้า 35 ดอล แกต้องคืนเงินฉันนะ เถียงไปเถียงมาสรุป ก็ 40 ดอลนั้นแระ ก็เลยทวงเงินทอน อีก 7 ดอล มันก็หยิบแบงค์ 1     ดอลมาให้ 3 ใบและ แบงค์ 5000 เรลอีก 1 ใบ ระหวางนั้นรับมากำและก็นึก และก็นึก นี่ไง สาเหตุที่กูไม่ได้เรียน Komon
ระหว่างนั้นเพื่อนก็ยัง sorry กับมันอยู่นะเพราะว่าเข้าใจเรื่องราคาผิด ส่วนกูก็กำเงินแล้วเดินลงมา พอสติมาปั๊บถามเพื่อน เฮ้ยที่อ่านมาไม่ผิด 4000 เรลเท่ากับ 1 ดอล แระนี่5000 เรล คือ?ยกนิ้วมา นับรวมแล้วรวมอีก แบงค์ดอล 3 ใบ 5000 เรล 1 ใบ เอา 3 ไว้ในใจ เอามือขึ้นมาสรุปคือ กูได้เงินคืน 4 ดอลกับอีก 1000 เรล (มันต้องถอดสแควรูทอะไรอีกไหมว่ะ) เค้าน่าจะทอนถูกแต่กูนี่แระที่คิดผิด (ในใจคิด) เช็คอินปุบ ถามพนักงานเงินยังกำอยู่ ให้เค้าดูช่วยดูทีว่านี่กี่บาท เค้าดูปุบบอกปับ 4 ดอล 1000 เรล อ้าวสัส! แล้วอีก 3 ดอลกูละ ไปแล้วคับไปแล้ว ปล่อยไปตามลมจะพัดพาเราไป..
     ถามเพื่อนว่า เดี๋ยวเราเจอมันทวงมันเนอะ เพื่อนบอกไม่มีทาง คุณจะไม่ได้เจอมันอีกเลย จิงวะ ตอนบ่ายตุ๊กๆมารับเป็นอีกคน และวันกลับก็เป็นอีกคน แต่มันให้เบอไว้นะ ก็ไม่ได้คิดจะทวงแระ ถือว่าให้ทิปมัน
      พอตกบ่ายตุ๊กๆมารับก็บอกว่าช่วยพาไปรอบๆเมืองเดี๋ยวสนใจตรงไหนจะให้แวะ โชคดีวันที่ไปมีการจัดงาน food inter ที่ รร Asara ก้เลยเข้าไปดู หลังจากนั้นก็เที่ยวรอบๆอยู่ๆตุ๊กๆก็พามาที่ขนส่งรถบัสที่สามารถไปพนมเปญและปอยเปตได้ แล้วก็ดับเครื่อง หลังจากนั้นหันมาแล้วเล่าชีวิตตัวเองให้ฟัง เอ้าสิ ดราม่าอีกแล้วกู บอกประมาณว่าเมียทิ้งมีลูกคนเดียวต้องส่งเสีย หันหน้าหาเพื่อนนี่เมิงจะเล่าทำไม ถามกูก่อนว่ากูอยากฟังไหม? สุดท้ายลุงตุ๊กๆปืดจบด้วย ฉันรู้ว่าคุณได้จ่ายเงินกับหัวหน้าฉันไปแล้ว แต่ฉันก็หวังว่า คุณคงจะทิปฉันบ้างสักเล็กน้อย แหม่...ชักแม่น้ำทั้ง9 อืมๆ ok ok ทิปจ๊ะทิป บอกแกให้สบายใจไป รถถึงได้สตาร์ทอีกครั้ง เห้อ++
       วันรุ่งขึ้นคราวนี้เดิน เดินดูเดินกิน พอกลับมาที่ รร เท่านั้น งานเข้าสิค่ะ พอคนขับตัวดี เอาตั๋วรถบัตรใส่ซองขาวมาให้ 2 ใบ  หน้าซองเขียนชื่อ คนขับ แล้วไม่เพียงแค่นั้น มันเขียนว่ามันจะมารับวันที่ 8 เวลา 09.40 น เพื่อนพูดคำแรก Fuck!พ่อเมิงสิ ไหนๆเมิงบอกกูว่าเมิงจะเอา van มารับเรื่องที่ 1 เรื่องที่ 2 เมิงบอกกูว่า open time (open พ่อเมิงสิ 09.40 น มารับกูนี่!!) เพื่อนโมโหมาก ให้พนักงานเค้าช่วยคุย คุยยังไงก็ไม่ได้เรื่องเวลาและรถบัส และเหมือนไม่เต็มใจจะเคลียร์ให้ เพื่อนโมโหเดือด เลยพูดว่า What Fuck! เท่านั้นแระอาการพนักงานแม่งเริ่มไม่โอเคอะ เพื่อนเราก็เลยโทรหาเพื่อนอีกคนที่มีแฟนเป็นคนเขมร ให้โทรคุยให้ที เอาจิงๆนะ 09.40 มันยังเช้าไป และตกลงกันว่ารถ van แต่ทำไมได้ตั๋วรถบัส เงินก้โดนโกงไป 3 ดอล คือตอนนี้กูไว้ใจอะไรไม่ได้แล้วอะ เมิงเข้าใจชะ ระหว่างที่เพื่อนเจรจากับเพื่อนอีกที เราก็สวมบทอาชีพเดิม (ดารานักแสดง) พูดกับพนักงาน ช้าๆเบา ภาษอังกฤษตามสไตล์กูว่า Please help me i backache (เอามือทุบหลังตัวเองเล็กน้อยแสดงความเจ็บปวดที่หลัง) i can not go back by bus because the bus กะดึ้งกะดึ้ง (เมิงทำมือเป็นคลื่นๆอะ มันเข้าใจเมิงเชื่อกู) and the driver pick up us 09.40 i not ok because my job not finish อ้างเรื่องงานแม่งเลย (ตาเศร้าเข้าไว้ มองไปที่มัน eye contact เมิงอย่าหลุด) 55 สงสัยจะเนียนจัด หันไปด้านขวาอีกที พนักงานหญิงอีกคน แม่งเท้าคางมองหน้ากู ประหนึ่งแบบสนใจ สงสาร กูหันหน้าไปพยัก เค้าก็พยักกลับ (นึกในใจ หึ!กันตนาสอนกูมาดี) น่าจะได้ผล พนักงานคนที่คุยขอเบอคนขับไปโทรเคลัยร์ให้ใหม่ สรุปคือ รถที่มารับคือรถvanแต่ตัวตั๋วเป็นรูปรถบัส ส่วนเวลาช่วยไม่ได้จิงๆ เอ้าๆแค่นี้ก็ยังดี หันไปหาเพื่อน ขอยิมโทรศัพท์เดี่ยวจะโทรหาเพื่อนอีกคน บระเจ้า!!โปรหมด เงินหมด ต้องเติมเงิน อ้าวๆๆก็พี่ท่านตรงชายแดนบอกกูอยู่ได้เป็นเดือนไง แถมเติมเงินมาแล้วนิ. ถอนใจเล็กน้อยถึงปานกลาง อย่าแสดงอะไรเยอะเมิงเจ็บหลังอยู่ พนักงานขอ 1ดอล เดี๋ยวไปเติมเงินให้ หลังจากเพื่อนโทรหาเพื่อนเพื่อให้แฟนเพื่อนโทรหาคนขับ (กูก็เริ่มงง) เอาเป็นสรุปคือ เพื่อนของเพื่อนเล่าอย่างนี้ เป็นธรรมดาของรถที่นี่ จะไม่ออกบ่ายหรือเย็น เพราะเค้าไม่มั่นใจว่า จะมีคนร่วมไปกับรถตู้หรือไม่ ประมาณว่าถ้ามารับกูแล้วมีกูแค่ 2 คนก็ไม่คุ่มค่าน้ำมันอะไรประมาณนี้ แต่เพื่อนของเพื่อนโทรด่าไปเรียบร้อยแล้วว่าเมิงเสือกเขียน open time กับกูทำไม และก็ขู่ไปว่าให้ดูแลเราสองคนดีๆ แล้วให้เรารอตอนเช้าค่อยโทรหามันอีกทีเรื่องเวลา 
     พอตอนเช้าเพื่อนก็โทรไปแกล้งบอกว่าไม่รู้งานจะเสร้จเมื่อไหร่ และจะสามารถไปตามที่มันนัด 09.40 ได้ไหม แม่เจ้า!! แม่งคุยเหมือนหนังคนละม้วน พูดจาดีมาก มีอวยพร มี Good luck มี You are welcome แถมบอกว่าถ้าไม่โอเคที่ 09.40 มันจะมีบริการใหม่มาให้ทั้งหมด ไม่คิดเงิน อุตะ!!! อะไรว่ะเนี่ย 
     คุยกันเลยตกลงว่ากลับก็กลับ 10 โมงเนอะ เอาเป้นเวลานี้ไม่อยากเรื่องมากไรแล้ว เลยโทรไปบอกคนขับใหม่นัดเวลากัน พูดจาดีเช่นเคย (อันนี้เพื่อนมาเฉลยที่ไทยว่าแฟนเพื่อนที่เป็นคนเขมรให้ตำรวจเขมรโทรขู่) ก็เลยอืม.....เข้าใจได้ 
    ถึงเวลากลับเราก็กลับ..มีอีกเยอะกับการผจญภัยที่นั้น ครั้งนี้ไม่ได้เที่ยวที่เที่ยวดังๆอะไรเลย ไปดุตลาด ล่างของคนทั่วไป การกินอยู่ และอื่นๆโดยรวมไว้ว่างๆมาเขียนใหม่ ..
...มีสติไว้หากคิดจะไปเขมร..


ตัวรถตู้ เขียน open time

ตั๋วรถบัส ที่จิงๆใช้ขึ้นรถตู้




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น